ราชบุรี ร้านทองจอมบึงหักเหลี่ยม โจรใจถึงเอาทองปลอมมาหลอกขาย เจ๊จัดให้

ราชบุรี    ร้านทองจอมบึงหักเหลี่ยม โจรใจถึงเอาทองปลอมมาหลอกขาย เจ๊จัดให้.
(10 ก.ย.62 เมื่อเวลา 15.30 น. ตำรวจจาก สภ.จอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี สามารถรวบตัวโจรแสบที่นำสร้อยคอทองคำปลอมมาทำขายฝากภายในห้างทองเยาวราช สาขาอำเภอจอมบึง หมู่ที่ 3 อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังนั่งปฏิบัติการเฝ้าระวังภายในห้างทองดังกล่าวก่อนที่เจ้าของร้านจะส่งสัญญาณให้ทำการควบคุมตัวชายต้องสงสัยที่นำเอาสร้อยคอทองคำปลอมหนัก 3 บาทมาทำการขายฝาก โดยที่ทางเจ้าของห้างทองได้ทำการทดสอบแล้วว่าสร้อยคอทองคำเส้นดังกล่าวเป็นของปลอมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปสอบสวนต่อที่ สภ.จอมบึงจากการสอบสวน ทราบว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าวชื่อนายชวลิต จิตต์เย็น อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 1 ตำบลวังตะโก อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีได้รับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำความผิดจริงในข้อหาช่อโกงประชาชน


โดยนายชวลิตผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนได้นั่งรถตู้โดยสารเดินทางมาจากบ้านที่เพชรบุรีและมาต่อรถตู้โดยสารที่สถานีขนส่งราชบุรีเพื่อเดินทางไปยังอำเภอจอมบึง ด้วยการนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น เพื่อที่จะนำมาทำการทำสัญญาขายฝากในราคา 5 หมื่นบาท กับทางห้างทองเยาวราชสาขาอำเภอจอมบึง เมื่อช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ด้วยอาการท่าทางปกติ โดยที่ภายในร้านทองดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำเวนตรวจห้างร้านทองประจำวันแต่นายชวลิต ผู้ต้องหา ไม่เกรงกลัวใดๆ เมื่อเดินเข้าไปถึงร้านได้หยิบสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ขึ้นมาให้ทางร้านตรวจสอบตามปกติทั่วไปของการซื้อขายทอง และตกลงทำสัญญาขายฝากในราคา 5 หมื่นบาท จากราคาจริงที่ 6 หมื่นบาทเศษ เมื่อทางเจ้าของร้านทองได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด

โดยทำการตรวจสอบจากห่วงและข้อแรกพบว่าเป็นทองจริง แต่เมื่อลองตรวจอย่างระเอียดอีกครั้งโดยการตรวจสอบทั้งเส้นพบว่าเป็นสร้อยคอทองคำปลอมจึงได้ทำการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังตรวจเวรร้านทองประจำวันให้ทำการจับกุมและส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พ.ต.อ.พายัพสมบูรณ์ ผกก.สภ.จอมบึง กล่าวว่า กรณีคนร้ายรายนี้ถือว่าเป็นมืออาชีพที่มีลักษณะนิ่งมากแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนั่งอยู่ภายในร้านทองแต่นายชวลิตผู้ต้องหาก็กระทำความผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งพฤติกรรมที่ผ่านมาที่ตรวจสอบตามประวัติ เมื่อปี 2558 ถูกศาลจังหวัดนครปฐมสั่งจำคุกเป็นเวลา 3 เดือนในข้อหาช่อโกงด้วยการนำแหวนทองคำปลอมไปทำการขายฝากที่ร้านทองในจังหวัดนครปฐม และถูกทางร้านตรวจสอบว่าเป็นทองปลอมจึงแจ้งตำรวจดำเนินคดี จากเมื่อพ้นโทษออกมายังมาก่อเหตุซ้ำอีกโดยการนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท ซึ่งทางนายชวลิต ผู้ต้องหา ได้ระบุว่าซื้อมาจากชายคนหนึ่ง


ในราคา 25,000 บาท และนำมาขายฝากตามร้านทองในอำเภอต่างๆในเขตภูธรภาค 7 โดยเลือกจังหวัดราชบุรีเป็นหลัก ซึ่งก็ทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้งแต่ละครั้งจะได้เงินสดไปจำนวน 50,000 บาท รวมแล้วประมาณ 2 แสนบาทส่วนที่อำเภอจอมบึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งแรกมาก่อเหตุเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมาได้เงินสดไปจำนวน 50,000 บาท และมาวันนี้มาก่อเหตุซ้ำแต่กลับถูกจับกุมได้เสียก่อน


ส่วนพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ไม่มีอาชีพอื่น
อาจจะเป็นแก๊งพอสมควรส่วนการสอบปากคำในเบื้องต้นผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้และเขาจะบอกว่ามีคนเอามาให้เขาซึ่งตรงนี้คนร้ายจะไม่บอกว่าเป็นใครน่าจะมีในลักษณะการก่อเหตุแบบเดียวกันหลายคนเพียงแต่ว่าจะแยกกันไปทำ
ส่วนสร้อยคอทองคำที่คนร้ายนำมาตะเวรขายนี้จะเหมือนของจริงมาก ซึ่งมีการชุบทองจริงซึ่งลักษณะจะชุบหนาในช่วงบริเวณตรงตะขอหรือ ตะขอเป็นจุดที่ร้านทองจะตรวจสอบ ซึ่งค่าที่วัดออกมาก็เป็นทองจริง ซึ่งคนร้ายได้ทำการชุบทองไว้หนาพอสมควร ซึ่งร้านทองจะปล่อยผ่านเพราะว่าจะมีค่าทองจริง
อยากจะฝากร้านทองขอให้เพิ่มการตรวจสอบให้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงว่าเห็นน้ำหนักทองตรง 3 บาท และทองจะแท้อาจจะต้องหาวิธีการตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งหนึ่ง เพราะปัจจุบันการตรวจสอบของร้านทองจะตรวจสอบตรงข้อ และตะขอ ทำให้คนร้ายคิดว่าเป็นช่องโหว่จึงทำของจริงมาใส่ ส่วนที่หลุดจากข้อไปตลอดทั้งเส้นจะเป็นของปลอม ทำให้ร้านทองตกเป็นเหยื่อได้ง่ายตรงนี้จึงอยากฝากให้ตรวจสอบมากขึ้น หรือเป็นไปได้ให้ตรวจสอบตลอดทั้งเส้นเพื่อความปลอดภัย


ด้านนางทัศมาลี สวัสดิ์หิรัญ อายุ 47 เจ้าของร้านทองดี อำเภอจอมบึงซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายก่อเหตุเมื่อวันที่ 6 ก.ค.62 ที่ผ่านมา และนางสมมาศ สารการ อายุ 63 ปี เจ้าของในอำเภอโพธารามผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายก่อเหตุเมื่อวันที่ 26 ก.ค.62 ที่ผ่านมา โดยที่ทั้ง 2 ร้านโดนผู้ต้องหาหลอกนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท มาทำการขายฝากโดยสูญเงินไปจำนวนรายละ 50,000 บาท รวมแล้ว 1 แสนบาทได้เดินทางมาดูตัวผู้ต้องหาพร้อมทั้งยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันที่เข้ามาก่อเหตุที่ร้านของตนเอง โดยที่ทั้งคู่ยืนยันว่าคนร้ายรายนี้เข้ามาก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน


ซึ่งนำสร้อยคอทองคำเข้ามาทำการขายฝาก ด้วยตนเองก็ทำการตรวจสอบโดยละเอียดแล้วก็คิดว่าเป็นทองจริงเพราะทั้งใช้น้ำยาและทำการฝนที่เนื้อทองก็พบว่าเป็นทองจริง เมื่อคิดว่าเป็นทองจริงจึงจ่ายเงินให้คนร้ายไป แต่เมื่อนำมาตรวจสอบอีกทีเพราะต้องนำมาหลอมทอง แต่พบว่าเป็นทองปลอมเพราะเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดโดยช่างทำทองพบว่าเนื้อมนเป็นสแตนเลสตนจึงนำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท เส้นดังกล่าวเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธาราม พร้อมกันนี้ยังได้ส่งข้อมูลไปทางระบบ line กับกลุ่มร้านทองต่างๆให้กันช่วยเฝ้าระวังคนร้ายที่จะเข้ามาก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะการตรวจสอบทองต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำขึ้นอีกวันนี้ต้องขอบคุณร้านทองที่แจ้งตำรวจให้จับกุม โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการขยายผลไปถึงแก๊งคนร้ายรายนี้เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/ข่าวสุรพันธ์ ตันกำเนิด(ดีเจต้อย)
จ.ราชบุรี