อยุธยา รองผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่รับน้ำอำเภอเสนา และผักไห่

อยุธยา  รองผู้ว่าฯ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่รับน้ำอำเภอเสนา และผักไห่ หลังอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น เตือนพี่น้องในพื้นที่ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
วันที่ 13 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 17:00 น. นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ ที่บริเวณวัดบันไดช้าง ต.หัวเวียง อำเภอเสนา เนื่องจากกรมชลประทานมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่เจ้าพระยาสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายสันต์ สร้อยแสง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดฯ นายวัชรินทร์ รื่นถวิล นายอำเภอเสนา ปลัดอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น รายงานสถานการณ์ปริมาณน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำมีปริมาณน้ำสูงขึ้น


ต่อจากนั้น รองผู้ว่าฯ และคณะ ได้เดินทางไปตรวจติดตามสถานการณ์น้ำและพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านที่ประตูระบายน้ำกุฎี ต.กุฎี และพื้นที่ริมแม่น้ำน้อย ตำบลท่าดินแดง อ.ผักไห่ โดยมี นายรัฐพล ธุระพันธ์ นายอำเภอผักไห่ ปลัดอาวุโส กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลท่าดินแดง และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 ตำบลกุฎี รายงานสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำน้อย เขตพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลท่าดินแดง และหมู่ที่ 12 ตำบลกุฎี ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเกิดน้ำท่วม หลังจากกรมชลประทานแจ้งเตือนการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ระดับมากกว่า 1000 ลบ.ม./วินาที โดยสถานการณ์ล่าสุดเริ่มมีน้ำเข้าท่วมขังใต้ถุนบ้านเรือนของประชาชน หมู่ที่ 8 ท่าดินแดง จำนวน 19 หลังคาเรือน และหมู่ที่ 12 กุฎี จำนวน 7 หลังคาเรือน ทั้งนี้ อำเภอผักไห่ได้แจ้งเตือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับชาวบ้านพบว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว แต่ยังอยู่ในระดับปกติไม่ต่างจากระดับน้ำในปีก่อนๆ เท่าใดนัก และจากการที่กรมชลประทานมีการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่เจ้าพระยาสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบในพื้นที่รับน้ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจากการสอบถามจากผู้นำชุมชน และชาวบ้าน ทราบว่าระดับน้ำยังไม่น่ากังวลใจ คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.64) ปริมาณน้ำจะสูงขึ้นกว่านี้ จึงได้กำชับและสั่งการนายอำเภอให้ประสานการปฏิบัติกับ ผอ.โครงการชลประทานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ให้แจ้งเตือนประชาชนให้ทันท่วงที ทางเสียงตามสายของผู้ใหญ่บ้าน อบต และอำเภอ อย่างไรก็ตาม จังหวัดฯ ได้เตรียมพื้นที่หรือจุดปลอดภัย เพื่อเตรียมการช่วยเหลือสำหรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินไว้แล้ว


สำหรับปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มขึ้นในเกณฑ์ประมาณ 1,300 – 1,400 ลูกบาศก์บาศเมตร/วินาที มีการตัดยอดน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง รวม 400 ลูกบาศก์บาศเมตร/วินาที และควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในเกณฑ์ 800 – 1,200 ลูกบาศก์บาศเมตร/วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ตลิ่งต่ำบริเวณริมแม่น้ำน้อย ตั้งแต่บริเวณตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 1.50 เมตร ในช่วงวันที่ 13 – 16 กันยายน 2564 และระดับน้ำจะสูงสุดในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งจะแจ้งให้ทราบต่อไป จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำในระยะนี้อย่างใกล้ชิด
ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา(ชาญ ชูกลิ่น รายงาน)