อุบลราชธานี พช.ตระการพืชผล ลุยพื้นที่เอามื้อสามัคคี “โคก หนอง นา พช.”

“พอเพียง เลี้ยงชีพได้” พช.ตระการพืชผล ลุยพื้นที่เอามื้อสามัคคี “โคก หนอง นา พช.” หนุนปลูกผักสวนครัว พืชสมุนไพร สู่กิจกรรมวันดินโลก สืบสานแนวพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

วันที่ 3 กันยายน 2564 ภายใต้การอำนวยการของ นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุบลราชธานี โดยนางคำ​ประไพ​ รักษา​ขันธ์​ พัฒนาการอำเภอ​ตระการ​พืชผล​ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่พัฒนา​ชุมชน​ และนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) อำเภอตระการพืชผล ดำเนินการติดตามสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา กรมการพัฒนาชุมชน” ในพื้นที่อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี

จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการจัดสรรงบประมาณเงินกู้รัฐบาล ผ่านกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” จำนวน 576,592,500 บาท โดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น 3,960 แห่ง โดยเเบ่งเป็นพื้นที่ระดับตำบล (CLM) : 68 แห่ง เเละพื้นที่ระดับครัวเรือน (HLM) : 3,892 แห่ง เเละโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่เรียนรู้ชุมชน จำนวน 791 แห่ง แบ่งเป็น พื้นที่ 1 ไร่ 620 แห่ง และพื้นที่ 3 ไร่ จำนวน 171 แห่ง ถือว่าได้รับการสนับสนุน งบประมาณดำเนินโครงการฯ มากที่สุดในประเทศไทย จนได้รับการขนานนาม จากท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ว่าเป็น “อาณาจักร โคก หนอง นา” หรือ “มหานครแห่ง โคก หนอง นา” ในส่วนของอำเภอตระการพืชผล นั้น ก็ถือเป็นอำเภอที่มีเป้าหมายดำเนินโครงการฯ มากที่สุดในประเทศไทย เช่นเดียวกัน ประกอบด้วย โครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 พื้นที่ 1 ไร่ 51 แปลง และพื้นที่ 1 ไร่ 18 แปลง รวมทั้งสิ้น 69 แปลง โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” แปลง CLM ขนาดพื้นที่ 15 ไร่ 13 แปลง / HLM ขนาดพื้นที่ 1 ไร่ 560 แปลง และขนาด 3 ไร่ 617 แปลง รวม 1,190 แปลง มีนักพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ (นพต.) ทั้งสิ้น 150 คน

สำหรับการลงพื้นที่ของคณะฯ ในครั้งนี้ ได้ร่วมกิจกรรมเอามื้อสามัคคี​ กับผู้นำชุมชน​และครัวเรือน​ตัวอย่าง ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ และแนวทางของกรมการพัฒนาชุมชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง​ มาประยุกต์สู่การปฏิบัติในรูปแบบ “โคก หนอง นา พช.” ประกอบด้วย ตำบลกระ​เดียน​ แปลง CLM นางมลัยวรรณ ถ้ำหิน พื้นที่​ 15 ไร่, ตำบลกุดยาลวน แปลง​ HLM นางจันที​ ชายแก้ว, ตำบลตระการ แปลง CLM พื้นที่ 15​ ไร่, ตำบลเกษม แปลง​ CLM นายรุ่งรวี​ โชติพันธ์​ พื้นที่​ 15 ไร่, ตำบลโนน​กุ​ง แปลง​ CLM​ 15​ ไร่, ตำบลกระ​เดียน แปลง​ CLM​ 15 ไร่, ตำบลขามเปี้ย แปลงนาย CLM นายสายันต์ แก้วพรม พื้นที่​ 15​ ไร่, ​ตำบลคอนสาย แปลง HLM นางปราสัย พสุนนท์ พื้นที่​ 3 ไร่ และตำบลห้วย​ฝ้าย​พัฒนา แปลง HLM นางหนูพิศ เเสวงทรัพย์ พื้นที่​ 3 ไร่

โดยมีกิจกรรม​ ได้แก่ ปรับภูมิ​ทัศน์ ปลูก​ต้นไม้ 5 ระดับ ปลูกพืชผักสวนครัว​และพืชสมุนไพร ห่มดินด้วยฟางข้าว ทำน้ำหมักจุลินทรีย์ และสร้างฐานการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นการบริโภคภาคครัวเรือนและเอกชน ผ่านกิจกรรมการพัฒนาและสนับสนุนพื้นที่ครัวเรือนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับครัวเรือน ในโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” ที่แสดงให้เห็นถึงการร่วมแรงร่วมใจกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตามวัฒนธรรมและวิถีชีวิตเดิมที่พบในทุกพื้นที่ เป็นกระบวนการทำงานเพื่อขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ เพื่อนำเอาวิถีชีวิตดั้งเดิม วัฒนธรรมอันดีของคนไทยย้อนกลับมาปฏิบัติ ให้เกิดการปฏิบัติตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ รวมถึงสร้างความเป็นจิตอาสาพัฒนาชุมชน ให้เครือข่ายที่มีพลังและความสามัคคีและอยู่ดีมีสุข คนในครัวเรือนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถพึ่งตนเองได้อย่างพอเพียงและเลี้ยงชีพได้

ซึ่งเจ้าของแปลงฯ ต่างก็แสดงความรู้สึกว่า “ขอขอบคุณรัฐบาล กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด อำเภอ ส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ช่วยเหลือ และสนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา พช.” ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมากในครั้งนี้ ตนรู้สึกดีใจและมีความสุขได้ที่เข้าร่วมโครงการฯ นี้มาก โดยเฉพาะในยามที่กำลังประสบปัญหาจากภัยโควิด-19 ในปัจจุบัน ทำให้สามารถพึ่งตนเองและเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน สามารถลดการพึ่งพาจากภายนอก ตนจะมุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่และให้ผู้อื่นได้มาเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อแบ่งปันความรู้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นต่อไปด้วย”

โอกาสนี้ นางคำ​ประไพ​ รักษา​ขันธ์​ พัฒนา​การอำเภอ​ตระการ​พืชผล​ ได้ให้คำแนะนำแก่คณะติดตามและสนับสนุนในการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการฯ ว่า “โครงการนี้ ถือเป็นการกระตุ้น​ให้ประชาชนในพื้นที่​ได้เกิดการแลกเปลี่ยน​เรียนรู้​ร่วมกัน​ สร้างทางรอดจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพื่อให้คนในชุมชนสามารถพึ่งตนเอง โดยน้อมนำแนวพระราชดำริหลักทฤษฎีใหม่และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวงรัชกาลที่ 9 สืบสาน รักษา ต่อยอดมาจนถึงรัชกาลปัจจุบัน ขอฝากให้ทุกท่านได้ร่วมกันปลูกพืช​ผักสมุนไพร​ เพื่อป้องกันและบรรเทาโรคโควิด-19 ในแปลงโคก หนอง นา ตามแนวทาง​ของกรม​การพัฒนา​ชุมชน เช่น กระเพรา พริก โหระพา กระชายขาว กระชายดำ มะนาว เป็นต้น สุดท้ายนี้ ขอฝากให้ทุกคน ได้ตระหนักถึงความสำคัญของดิน

ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต เป็นแหล่งผลิตอาหาร ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม และเชื้อเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซึ่งวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีนั้น ถือเป็นวันดินโลก (World Soil Day) เป็นวันสำคัญที่นักปฐพีวิทยาทั่วโลกแลชาวไทยภาคภูมิใจ เนื่องจากวันที่ 5 ธันวาคม นั้น ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กิจกรรมในครั้งนี้ จึงถือเป็นการเชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรดินขององค์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วย” นางคำประไพ กล่าวปิดท้าย

#WorldSoilDay
#GlobalSoilPartnership
#UNFAO
#กรมการพัฒนาชุมชน
#CDD
#SEPtoSDGs
#SDGforAll@Kmitl
#WorldSoilDayCDD

อุบลราชธานี เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี : งานประชาสัมพันธ์ สพจ.อุบลราชธานี และ สพอ.ตระการพืชผล..ภาพข่าว/รายงาน