สุพรรณบุรี พม.ลงพื้นที่ดูแล 7 ครอบครัวถูกไล่ที่นอภ.เจรจาจนมีปากเสียงกับไวยาวัจกรวัดไม่ให้อยู่  

สุพรรณบุรี พม.ลงพื้นที่ดูแล 7 ครอบครัวถูกไล่ที่นอภ.เจรจาจนมีปากเสียงกับไวยาวัจกรวัดไม่ให้อยู่
จากกรณี ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 7 ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี  จำนวน 7 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่ภายในเขตพื้นที่ของกรมชลประทาน จนมีข้อพิพาท  ถึงขึ้นโรงขึ้นศาลต่อมาศาลมีคำพิพากษาบังคับคดีให้ชาวบ้านรื้อถอน  แต่ด้วยความที่ชาวบ้านเป็นคนยากจน  บางส่วนพิการ  มีการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฏีกา
เพื่อขอความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย  ทางอำเภอบางปลาม้า โดยพันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า  ได้ทำหนังสือถึง สนง.พระพุทธศาสนา จ.สุพรรณบุรี  ซึ่งทาง สำนักพุทธฯ ได้มีการตอบรับขอให้วัดทรงกระเทียม ให้อนุเคราะห์ช่วยเหลือราษฏร์ที่เดือดร้อนทั้ง 7 ราย  จนกระทั่งพันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า เรียกผู้เกี่ยวข้อง มาหาทางออก ที่ศาลาวัดทรงกระเทียม เมื่อวันก่อน กระทั่งมีปากเสียง ลุกชี้หน้า กับไวยาวัจกรของวัด  ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น 
ความคืบหน้าวันนี้ 23 ก.ย. นายสยาม นนท์คำจันทร์  ผช.ผอ.พอช.  พร้อมวิศวกร กระทรวง พม. และ พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า  ได้เดินทาบมาหาทางช่วยเหลือ ชาวบ้าน 7 ครอบครัว  ซึ่งในเบื้องต้น  มีการมอบเงินสงเคราะห์ฉุกเฉินครอบครัวละ 3,000 บาท จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ซึ่งทาง รมต.พม.นายนิกร  โสมกลาง  ทราบข่าวทางทางสื่อมวลชนจึงสั่งให้ตนร่วมกับทางนายอำเภอ  มาลงพื้นที่เพื่อมาดูความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่มีคำสั่งศาลถึงที่สุด  อยู่ในช่วงการบังคับคดี  ให้ออกจากพื้นที่ของชลประทาน  สำหรับแนวทางช่วยเหลือ  มีอยู่ 2-3 แนวทาง อับดับแรก ช่วยเหลือครอบครัวละ 3000 บาท วันนี้ทางกระทรวง พม. ได้ช่วยเหลือทันทีเพื่อเป็นการบรรเทาเยียวยาความความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน 
ส่วนแนวทางที่ 2 ถ้าเกิดจะเป็นจำเป็นต้องย้ายออก  ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดจัดงบประมานงบที่พักชั่วคราวช่วยเหลือพี่น้องประชาชน  ระหว่างรอในการหาที่อยู่อาศัยใหม่กับครัวเรือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 9 เดือน
ส่วนแนวทางในการหาที่พักถาวร  เราก็จะมี 2 แนวทางนะครับแนวทางที่หนึ่งก็คือหากจำเป็นต้องออกนะครับทางนายอำเภอก็ประสานหาที่ดินของอบต. ที่เช่ามาจากวัด เพื่อมาจัดให้กับพี่น้อง 6 ครัวเรือน เราก็จะประสานหน่วยงานที่เข้ามามาทำเรื่องโครงการบ้านมั่นคงทำงบประมาณหน่วยงานท้องถิ่นหรือผู้มีจิตศรัทธามาสร้างบ้านให้พี่น้อง  กลับมามีที่พักอาศัย ที่พักอย่างถาวรเหมือนเดิมส่วน อีกแนวทาง  ถ้ามีความเป็นไปได้ก็จะประสานทางทางกระทรวงเกษตรโดยกรมชลประทาน  ขอให้ส่งคืนพื้นที่แปลงดังกล่าวไปยังกรมธนารักษ์  เพื่อให้ประชาชนได้เช่าอยู่อาศัย ตามระเบียบราชการ ไม่ต้องย้ายบ้านไปมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้อาศัย  เพราะบางบ้านมีคนสูงอายุและพิการ

ทางด้านพันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า  กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาในการดูแลพี่น้องกลุ่มเปราะบาง  ที่ยากลำบากแบบนี้นะครับ  เพื่อเราจะได้ทำให้สังคมไทยเรามีความสุขแล้วก็อยู่กันอย่างสงบสุขต่อไปนะครับผม ก็อยากฝากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ถ้าขอคืนสภาพที่ดินจากกระทรวงเกษตรซึ่ง ประชาชนสามารถเช่าให้อยู่ได้ตลอดไป  มันก็เป็นทางแก้ที่ดีที่สุดถ้ากฎหมายทำได้นะครับ
พร้อมกันนี้ พันจ่าเอก สุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า  ยังกล่าวว่าทางวัด ตนเคยนำเจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เห็นสภาพกุฏิพระ มีสภาพความเป็นอยู่ที่เละเทะม่ก ตรวจปัสสาวะพระ เจอ ม่วง 1 ราย  เพราะครั้งนั้นอาจข่าวรั่วเลยตรวจไม่ครบ  เอาไว้ตนจะกลับมาสุ่มตรวจอีกรอบ  เพราะปัดกวาดวัดให้สะอาด
นางบุญเสริม ธีระพันธุ์  อายุ 74 เจ้าของบ้านเลขที่ 95 หมู่ 7 กล่สวว่า เห็นชาวบ้านและวัด ต้องมีปัญหากัน ตนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น  ขอให้ดำเนินการไปตามกฏหมายแล้วกัน  ซึ่งยายก็ไม่รู้กฏหมาย ไม่รู้จะไปทางไหนด้วย  ไวยาวัจกรวัดก็ไม่ให้ชาวบ้านที่เดือดร้อนอยู่  ตนอยู่ตรงนี้มา 30-40ปี แล้ว ตอนนี้กลุ้ม แลเสียใจ ที่มาถ฿กไล่ที่แบบนี้ เงินก็ไม่มี ที่ก็ไม่มี  ต้องขอบคุณผู้สื่อข่าวที่มาเสนอข่าว ไม่งั้นตนก็ไม่มีใครมาดูแลอย่างวันนี้แต่ก็กว่าจะมีคนมาช่วย ก็โดนตัดสิน บังคับคดีต้องออกจากพื้นที่ไปแล้ว
ทางด้านนายธนพิสิฐ จุมพลพาณิชย์ (ผู้ใหญ่ตี๋) ผู้นำชุมชนกล่าวขอบคุณ สื่อมวลชน และ กระทรวง พม. ที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้  พร้แมกล่าวว่าถ้าต้องย้ายออก ตนพร้อมมอบเงินช่วยเหลือชาวบ้าน และจัดคอนเสิร์ตหารายได้ ช่วยชาวบ้านเช่นเดิม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ต้องได้รับผลกระทบในครั้งนี้
ภัทรพล  พรมพัก สุพรรณบุรี