วัดไผ่ล้อม พระอารามหลวง นครปฐม จับมือเรือนจำกลางเขาบิน พัฒนากีฬามวยไทย เตรียมอาชีพผู้ต้องขังเน้นสร้างอาชีพก่อนสู่อิสรภาพ
ศิลปะแม่ไม้มวยไทย เป็นสมบัติของชาติที่กำลังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง เพราะทั้งนักกีฬามวยไทยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้ให้ความนิยมฝึกฝนเพื่อลงสู่สังเวียนการแข่งขันซึ่งมีหลายายการจัดถ่ายสอดสดไปทั่วโลก สิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนคือความมั่นคงในการดำเนินชีวิตของผู้คนในวงการทั้งนักกีฬา ครูมวยและทีมงาน จึงเป็นหนึ่งในอาชีพที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืนได้
ศูนย์ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทย มูลนิธิหลวงพ่อพูล โดยพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ได้ขับเคลื่อนการสืบสานศิลปะแม่ไม้มวยไทย โดยมีเป้าหมายปที่เยาวชนซึ่งจะเป็นการวางรากฐานของนักมวยในระดับสมัครเล่นไปจนถึงระดับอาชีพ แต่โดยความเป็นจริงแล้วโครงการดังกล่าว หลวงพี่น้ำฝน ได้ตระหนักถึงการหาพื้นที่ให้เยาวชนสำหรับการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สร้างกิจกรรมที่จะพัฒนาร่างกายและจิตใจและสามารถหารายได้เลี้ยงชีพได้ โดยห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุขที่มีอยู่ในสังคม และให้เขาเหล่านั่นสืบสานแม่ไม้มวยไทยให้คงอยู่
พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมพระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม เผยว่าศูนย์ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทย มูลนิธิหลวงพ่อพูลฯ ได้เริ่มโครงการไปแล้วด้วยการนำเด็กและเยาวชนที่อยู่ในสังคมที่สุ่มเสี่ยงต่อการหลงผิดให้เข้ามาอยู่ในโครงการภายใต้ชื่อ ศิษย์หลวงพี่น้ำฝน โดยจัดครูมวยชั้นแนวหน้าของเมืองไทย อาทิ ครูสำราญศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ครูก้องธรณีพยัคฆ์อรุณและครูสภาเพชร เกียรติเพชรน้อย มาเป็นผู้ทำการฝึกสอน ซึ่งครูมวยทุกคนที่มารวมตัวกันนับเป็นการรวมยอดมวยในอดีตมาเพื่อช่วยเหลือสังคมและพัฒนาวงการมวยไทยอย่างแท้จริง หลวงพี่น้ำฝน กล่าวต่อไปว่า
นอกเหลือจากค่ายมวยศิษย์หลวงพี่น้ำฝนแล้ว ยังมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่นเรือนจำจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้มีการดำเนินการจัดสร้างค่ายมวยขึ้นภายในเรือนจำ โดยมีการจัดครูผู้ฝึกสอนเข้าไปสอนและฝึกฝนให้กับผู้ต้องขังได้ออกไปชกมวยไทยในรายการระดับชาติ จนสร้างชื่อเสียงมาแล้ว เช่น อี้หลงน้อย ธ.อ่างทอง , เลิศสิงห์ ธ.อ่างทอง หรือเลิศสิงห์ พ.ธิตินัย ที่ไปสร้างชื่อในรายการ RWS มาแล้วและกำลังจะมีนักมวยที่ทยอยออกมาแสดงฝีมืออีกหลายคน
หลวงพี่น้ำฝน กล่าวอีกว่า ขณะนี้ศูนย์ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทย มูลนิธิหลวงพ่อพูลฯ ได้มีการขับเคลื่อนการทำงานให้กับสังคมอีกขั้น นั่นคือการประสานความร่วมมือกับ เรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี โดย ดร.ศุภโชค ควรฦาชัย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ ได้นิมนต์ให้มีการเข้าไปร่วมการพัฒนาการฝึกสอนนักกีฬามวยไทย ภายในเรือนจำ ภายใต้การใช้ชื่อค่าย ศ.บ้านอินทรี ลูกพะยม มวยไทยยิม ซึ่งพบว่ามีนักมวยที่มีฝีมือต้องโทษภายในเรือนจำแห่งนี้ และสามารถที่จะใช้กีฬามวยไทยในการควบคุมจิตใจ พัฒนาร่างกาย และทำให้เขาเหล่านั้นได้ตระหนักถึงความอดทนในการต้องโทษเพื่อเตรียมตัวไปสู่การชกภายนอกเรือนจำ เช่นที่เรือนจำจังหวัดอ่างทองได้ทำสำเร็จมาแล้ว และที่นี่ก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปถึงจุดนั้นอย่างแน่นอน
“ตอนนี้อาตมาได้เข้ามาเยี่ยมชมภายในค่ายมวย ซึ่งตั้งอยู่ภายในเรือนจำกลางเขาบินแล้ว โดยจะพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ เช่นเวทีมวย ที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์การฝึกซ้อม และที่สำคัญคือการนำยอดครูมวยไปสอนเทคนิคต่างๆ ให้นักกีฬาและครูมวยที่นั่นได้เรียนรู้แม่ไม้มวยไทยที่เป็นเคล็ดลับสู่ความสำเร็จและเป็นเลิศทางด้านการกีฬา ซึ่งไม่เพียงจะไปส่งเสริมการกีฬามวยไทยเท่านั้น แต่จะมีการเข้าไปเทศาและนำหลักธรรมไปสอนไปให้เรียนรู้ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เขาเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่กำลังเป็นอยู่และวิธีการกลับตัวกลับใจ ได้อย่างยั่งยืน นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด” หลวงพี่น้ำฝนกล่าวปิดท้าย

