กาญจนบุรี ปวีณา ลุยเอง นำ 11 ครอบครัว เด็กหญิงอายุ 11-15 นักเรียนชั้น ป.1-ม.5 เหยื่อ ผอ.อนาจารณ์ข้าแจ้งความ ผบก.กาญจน์
วันที่ 10 กรกฏาคม 2569 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ(ศปก.)กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วยนายเอกภาพ หงสกุล ผู้อำนวยการมูลนิธิปวีณาฯ และทีมงานมูลนิธิฯ นำผู้ปกครองและเด็กนักเรียนหญิงระดับชั้น ป.5 และ ม.3 อายุระหว่าง 11-15 ปี จากโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ที่ถูกผู้อำนวยการของโรงเรียนทำอนาจารณ์ จำนวน 11 ราย
เข้าพบ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร พ.ต.อ.จอมพล รุจิรดำรงค์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี รวมถึงว่าที่ พ.ต.อ.มานพ น้ำประสานไทย ผกก.สภ.ศรีสวัสดิ์ พ.ต.ท.อานัส ตรีเภรี รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.ศรีสวัสดิ์ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ผอ.โรงเรียนรายดังกล่าว ในการนี้นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้นายสิริศักดิ์ คณาคุปต์ เป็นผู้แทนเข้าร่วมรับฟังในฐานะทนายความฝ่ายผู้เสียหาย
โดยมีนางจันจิรา พัฒนศิริ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี นักสังคมสงเคราะห์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 (สพป.กจ.1)และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยพล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้จัดเตรียมพนักงานสอบสวนเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนขั้นตอนการสอบปากคำของเด็กนักเรียนทั้ง 11 รายนั้น เจ้าหน้าที่จะจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมในการนำตัวเด็กไปสอบปากคำ เช่นสำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วยพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน นักจิตวิทยานักสังคมสงเคราะห์ และบุคคลที่เด็กร้องขอ ร่วมสอบปากคำ เนื่องจากเด็กนักเรียนหญิงทั้ง 11 ราย อายุไม่เกิน 18 ปี จึงต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของเด็กๆ โดยการสอบปากคำคาดว่าจะเริ่มขึ้นในวันจันทร์ที่ 13 ก.ค.นี้
โดยในที่ประชุมนั้นนางปวีณาฯ ได้ให้ตัวแทนผู้ปกครองของเด็ก เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนได้รับทราบ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนั้น สื่อมวลชนทุกสำนักได้นำเสนอข่าวไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่มีความห่วงใยเกี่ยวกับระยะทางการเดินทางของครอบครัวและเด็กที่จะต้องเดินทางมาพบทีมสหวิชาชีพ ในช่วงสอบปากคำ เนื่องจากต้องเดินทางไกลกว่า 100 กิโลเมตร
เพื่อความสะดวกเจ้าหน้าที่ พม.กาญจนบุรี จึงเสนอให้เด็กทั้ง 11 ราย มาพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดกาญจนบุรี เป็นการชั่วคราวจนกว่าทีมสหวิชาชีพจะสอบปากคำแล้วเสร็จ โดยปัจจัย 4 เจ้าหน้าที่จะดูแลเป็นอย่างดี ส่วนกรณีการเรียนหนังสือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จะจัดการเรียนการสอนโดยไม่ให้เรียนช้ากว่ากลุ่มเพื่อนๆ ที่โรงเรียน
ทั้งนี้ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเราได้รับการประสานจากทางมูลนิธิฯมาโดยตลอด หลังจากนั้นจึงได้รายงานไปยัง พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ. ผบช.ภ.7 เพื่อทราบ ซึ่งท่านได้สั่งกำชับให้ดำเนินการทางด้านคดีเพื่อให้ความเป็นธรรมกับน้องๆเด็กนักเรียนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเด็กนักเรียนที่ถูกระทำอนาจารณ์กำลังเติบโตขึ้นมาเป็นอนาคตของชาติ
แต่เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังเป็นเด็กและเยาวชนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะรับเป้นคดีและจะทำการสอบสวนปากคำของผู้ปกครองของเด็กเอาไว้ ส่วนการสอบปากคำผู้เสียหายที่เป็นเด็กทั้ง 11 รายนั้น จะต้องสอบปากคำผ่านทีมสหวิชาชีพ โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา แต่อย่างไรก็ตามในช่วงระหว่างการสอบสวนอยู่นั้น หากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีกเราก็พร้อมที่จะรับเอาไว้เป็นคดี ดังนั้นหากยังมีมีผู้เสียหายที่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกันกับเด็กทั้ง 11 ราย ก็ขอให้มาแจ้งความเพิ่มเติมได้ทุกเมื่อ
ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี กล่าวว่า วันนี้ทางมูลนิธิฯได้นำพาเด็กนักเรียนผู้ได้รับความเสียเดินทางมาแจ้งความร้องทุกต่อผู้กระทำผิดตามความประสงค์ของผู้ปรกครอง ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านผู้การพศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ที่อำนวยความสะดวกในการจัดสถานที่เอาไว้ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี โดยที่มูลนิธิฯไม่ต้องนำพาเด็กและผู้ปกครองเดินทางไกลไปถึง สภ.ศรีสวัสดิ์
เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นเด็กและเยาวชน จึงจำเป็นจะต้องทำการสอบปากคำผ่านทีมสหวิชาชีพโดยจะเริ่มสอบปากคำภายในอาทิตย์หน้า ส่วนการดำเนินการกับ ผอ.โรงเรียนที่ถูกกล่าวหานั้นเบื้องต้นทางกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 (สพป.กจ.1)จะดำเนินการทางด้านวินัย ซึ่งการกระทำที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นสิ่งที่โหดร้ายสำหรับเด็กๆและผู้ปกครอง โดยหลังจากนี้ศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ จะเข้ามาดำเนินการอีกทางหนึ่งด้วย
สังวรณ์ เมฆปั่น กาญจนบุรี

