กาญจนบุรี เด็กจากบ้านไล่โว่ เผยความประทับใจที่มีโอกาสได้ถวายภาพวาดแด่พระองค์ภา ในการเสด็จเยี่ยมชาวบ้านและเด็กนักเรียนที่บ้านสาละวะ ในปี พ.ศ.2562
น.ส.ศรีทอง คงนานดี อายุ 26 ปี พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลมะการักษ์ ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง จากบ้านไล่โว่ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เล่าถึงความรู้สึกเมื่อครั้งที่ตนเองได้มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือ “พระองค์ภา ครั้งแรกตอนอายุ 19 ปีในปี พ.ศ.2562 ว่า ตนเองเกิดในหมู่บ้านไล่โว่ หมู่ที่ 4 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พ่อ แม่ เป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง
ในหมู่บ้านของหนูไม่มีโทรศัพท์ไม่มีไฟฟ้าใช้ การเดินทางจากหมู่บ้านไลโว่ ถึงตัวอำเภอสังขละบุรี เป็นทางในป่าในช่วงฤดูฝนถ้ามีธุระจำเป็นต้องเดินด้วยเท้า และใช้เวลาในการเดินทาง3-4 ชั่วโมง ถึงหน่วยพิทักษ์ป่าตะเคียนทอง ก่อนจะเดินทางต่อด้วยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์อีก30-40 นาทีเพื่อเข้าสู่ตัวอำเภอสังขละบุรี
ในปี พ.ศ. 2562 ตนและชาวบ้านได้รับข่าวว่าพระองค์ภาฯจะเสด็จมาเยี่ยมหมู่บ้านสาละวะ ช่วงแรกที่ได้รับข่าว บ้านและตนเองก็ไม่เชื่อ คิดว่าน่าจะเป็นข่าวลือ พระองค์ภาฯท่านอาจไม่ได้เสด็จฯมาจริง
แต่พอได้รับการยืนยันในเวลาต่อมา ว่าท่านจะเสด็จมาจริงตนเองก็ได้มีโอกาสวาดพระฉายาสาทิสลักษณ์ เพื่อถวายให้แก่พระองค์ภาฯ โดยมีเวลาในการวาดรูปเพียง 8-9 วัน โดยตนเองจะเริ่มวาดรูปตั้งแต่เช้าก่อนจะพักเที่ยง และลงมือวาดต่อหลังอาหารเย็น จนถึงเวลา 22.00 น ใช้เวลา อยู่อย่างนี้ถึง 8 วัน
ตอนเริ่มลงมือค่อนข้างจะกังวลเกรงว่าจะวาดรูปพระองค์ท่านไม่เหมือน ที่สำคัญเป็นการวาดรูปโทนสีน้ำมันครั้งแรกของตนเอ งแต่ก็รู้สึกดีที่มีอาจารย์และคุณครูคอยช่วยสอนและคอยชี้แนะในการวาดรูป
หลังจากวาดรูปเสร็จ พระองค์ท่านก็เสด็จมาที่บ้านสาละวะ หมู่ที่ 4 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตนเองจึงได้เดินทางไปรับเสด็จ เมื่อเดินทางไปถึงในช่วงเวลาที่รอรับเสด็จ ฟ้าครึ้มเหมือนจะมีฝนตกตอนนั้นตนเองรู้สึกกังวลเพราะไม่แน่ใจว่าจะได้รับเสด็จไหม กลัวฝนตกถ้าฝนตกลงมาจริงๆ พระองค์ท่านก็ไม่น่าจะเสด็จฯโดยเฮลิคอปเตร์ได้แต่พอได้ยินเสียงเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งดังขึ้นมา ตอนนั้นใจเริ่มสั่น พอพระองค์เสด็จมาถึง ฟ้าที่เคยครึ้มเหมือนฝนจะตก กลับสว่างแสงแดดจ้า เหมือนกับว่าพระองค์ท่านได้นำแสงสว่าง มาให้กับชาวบ้านไล่โว่และสาละวะจริงๆ
แล้วพอท่านเสด็จลงมาจากเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมเดินเข้าพบปะประชาชนที่รอเข้าเฝ้า พระองค์ท่านทรงอ่อนโยนและเป็นกันเองกับทุกคน เมื่อเสด็จมาถึงที่ตนเองนั่ง พระองค์ท่าน ทอดพระเนตรเห็นรูปก็ทรงตรัสถามว่า “ นี่รูปเราหรือรูปเราเอง“ พร้อมตรัสชมว่า ”วาดรูปสวยมาก เดี๋ยวเรา จะนำรูปนี้ไปไว้ที่บ้าน” ทำให้ตัวเองรู้สึกดีใจและปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าในวันนั้น เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสได้รับเสด็จอย่างใกล้ชิด หลังจากนั้นพระองค์จะเสด็จมาเยี่ยมชาวบ้านไล่โว่และบ้านสาละวะทุกๆ 3-4 เดือน
ต่อมาตนเองได้มีโอกาสรับเสด็จครั้งที่ 2 ที่บ้านไล่โว่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านของตนเอง โดยในครั้งนั้นตนเองได้มีโอกาสแสดงการวาดภาพให้พระองค์ภาฯได้ทอดพระเนตร โดยมุกๆครั้งที่พระองค์เสด็จฯจะคอยถามถึงทุกข์-สุขของชาวบ้าน ขาดเหลืออะไรบ้าง ต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม
ตอนที่รับเสด็จครั้งแรกตนเองเพิ่งจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปลาย และกำลังอยู่ในช่วงที่กำลังจะเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย โดยตนเองสอบติดคณะศึกษาศาสตร์และพยาบาล ในช่วงที่ได้รับเสด็จได้เห็นพระองค์ท่านมีความเมตตา ความอดทน และความเสียสละ ทำให้ตนเองตัดสินใจเรียนต่อพยาบาล เพราะตนเองคิดว่าการเรียนพยาบาลจะทำให้ตนเองสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ รวมทั้งจะได้มีโอการเป็นครู ในการให้ความรู้แก่ผู้ป่วย
พอเรียนจบได้มีโอกาสมาทำงาน ที่โรงพยาบาลมะการักษ์ ก็ได้ พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการทำงาน ในการดูแลผู้ป่วย ที่ต้องใช้ความอดทน ความเสียสละ ความมีเมตตาในการดูแลผู้ป่วยผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล
ตอนทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ ก็รู้สึกเสียใจที่ พระองค์ท่านเสด็จสวรรค์คาลัยแล้ว รวมทั้งรู้สึกคิดถึงตั้งแต่พระองค์ท่านทรงประชวรตนเองให้ชาวบ้านต่างคิดถึง ทุกครั้งที่กลับบ้านชาวบ้านจะมาถามถึงอาการป่วยของพระองค์ พระองค์ทรงดีขึ้นหรือยัง เนื่องจากในหมู่บ้าน ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารในการติดตามอาการของพระองค์ วันนี้พระองค์ไม่อยู่แล้วก็รู้สึกเสียใจมาก
จากนี้จะขอทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ในการดูแลผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษา และจะดำรงตนเป็นคนดี เพื่อทำประโยชน์ให้สังคม ประเทศชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้สังวรณ์ เมฆปั่น กาญจนบุรี

