สุพรรณบุรี สว.ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำสำรวจพื้นที่แห้งแล้งเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ

สุพรรณบุรี สว.ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำสำรวจพื้นที่แห้งแล้งเร่งหาแนวทางช่วยเหลือ
นายศรายุทธ ยิ้มยวน สมาชิกวุฒิสภา จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับนายจักรกฤษณ์ โชคชัยเจริญทรัพย์ นายช่างโยธาอาวุโส สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 7 ราชบุรี นายธนพันธ์ แป้นมณฑา ประธานสภา อบต.หัวนา นายสุชิน มั่นคง นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตำบลหัวนา และเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายบรรเจิด จีนสุขแสง (กำนันแดง) กำนันตำบลหัวนา นายจิรเมธ ลำดวน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 นายธรรมนูญ ดวงแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.หัวนา และผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ตำบลหัวนา ลงพื้นที่ ต.หัวนา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ไปสำรวจพื้นที่แห้งแล้งนอกเขตชลประทาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำใช้ทำเกษตรกรรม

ซึ่ง ต.หัวนา อ.เดิมบางนางบวช มีเกษตรกรที่อยู่นอกเขตชลประทานได้รับความเดือดร้อน จากปัญหาพื้นที่แห้งแล้ง กว่า 800 หลังคาเรือน รวมกว่า 2,500 คน พื้นที่เกษตรกรรมขาดแคลนน้ำ ที่ได้รับผลกระทบกว่า 10,000 ไร่ ส่วนใหญ่ประชาชนทำไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย แต่ไม่มีน้ำให้ทำการเกษตร ชาวบ้านต้องรอน้ำฝนเท่านั้น บางปีลงทุนทำการเกษตรไปแล้ว แต่ไม่ได้ผลผลิต เพราะพื้นที่ขาดแคลนน้ำ เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำสาธารณะให้ชาวบ้านใช้ทำการเกษตร เกษตรกรต้องใช้ชีวิตกันด้วยความยากลำบากมานาน

สำหรับผลการสำรวจพบว่าในพื้นที่มีสระน้ำขนาดกลางอยู่แล้ว จากการขุดจากงบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประมาณปี 2543 พื้นที่สระน้ำประมาณ 120 ไร่ อยู่ในที่ดินสาธารณะ ซึ่งสามารถจะกักเก็บน้ำและใช้เพื่อเกษตรกรรมได้อย่างเพียงพอ เพียงแต่ปัจจุบันสระน้ำตื้นเขิน เนื่องจากขุดมานานแล้ว ต้องมีการขุดลอกให้ลึกลงอีกประมาณ 10-15 เมตร เพื่อจะได้กักเก็บน้ำได้ปริมาณเพิ่มมากขึ้นอีก รวมทั้งมีท่อส่งน้ำเดิมอยู่แล้ว ที่เชื่อมต่อจากลำห้วยขจี ลำน้ำสาขาของห้วยกระเสียว ที่ส่งน้ำมาจากเขื่อนกระเสียว อ.ด่านช้าง โดยจำเป็นต้องมีเครื่องสูบน้ำ เพื่อจะสูบน้ำผ่านเข้ามากักเก็บในสระน้ำแห่งนี้ไว้ใช้งานในทั้งฤดูการผลิต และอาจจะใช้ระบบโซล่าร์เซลล์มาติดตั้ง เพื่อประหยัดพลังงานจะสมบูรณ์อย่างยิ่ง จะสามารถช่วยชาวบ้านให้ทำการเกษตรเลี้ยงตัวเองได้อย่างยั่งยืน โดยภาครัฐไม่ต้องใช้เงินเยียวยาภัยแล้งมาช่วยเหลือเป็นปีๆแบบเดิมอีกต่อไป
โดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำ ได้ทำการสำรวจพื้นที่แล้ว พร้อมกับได้ยืนยันว่าพื้นที่แห่งนี้มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการจัดทำแหล่งน้ำได้ และมีความคุ้มค่า ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันผลักดันให้มีการจัดตั้งงบประมาณเข้ามาพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำสาธารณะให้กับชาวบ้าน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งนอกเขตชลประทานให้กับประชาชน ซึ่งอย่างไรก็ตามทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันผลักดัน เพื่อให้มีการดำเนินการให้เกิดความสำเร็จต่อไปให้ได้
ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี