เชียงใหม่ ขอพื้นที่ป่าไม้เพื่อสร้างวัดผ่าน
24 เมษายน 2569
ทางคณะสงฆ์ ฝ่ายปกครอง สำนักพระพุทธศาสนา กำนันผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล และชาวบ้านญาติธรรม ของวัดบ้านปาง ตำบลหนองบัว วัดบ้านโป่งจ๊อก ตำบลแม่ทะลบ วัดบ้านป่าหนา ตำบลแม่ทะลบ อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ โดยทางพระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดง(พระเจ้าพรหมมหาราช) เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมตัวแทนคณะพระสงฆ์อำเภอไชยปราการ นายสมเจตน์ ทิพย์โชค นักวิชาการศาสนาชำนาญการ นายอนุชา สุพร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครองอำเภอไชยปราการ ทำการแทนนายปธิกร เอี่ยมสะอาด นายอำเภอไชยปราการ นายคำมูล เมืองใจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทะลบ และชาวบ้านญาติธรรม ได้มาร่วมในการประชุมเพื่อทำการประชาคมร่วมกันเพื่อขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อใช้สร้างวัด หรือที่พักสงฆ์
โดยชอบด้วยกฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ ที่มีมติให้ทุกวัดที่ใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ได้ดำเนินการยื่นขอใช้ผ่านทางสำนักพระพุทธศาสนา ซึ่งในวันนี้ได้ผ่านการอนุมัติจากกรมป่าไม้แล้ว โดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม 10,960 บาท จากกรมป่าไม้ และอนุญาติให้เข้าอยู่และสร้างวัดได้ ซึ่งทางพระครูสถิตธรรมาภิรักษ์ เจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดง(พระเจ้าพรหมมหาราช) เจ้าคณะอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำเอกสารยื่นตามลำดับก่อนแล้วตามประกาศของส่วนราชการ เมื่อ 23 มิถุนายน 2563 โดยที่บ้านปางหมู่ที่ 8 ที่พักสงฆ์บ้านปาง ตำบลหนองบัว อยู่ห่างจากตัวอำเภอไชยปราการ ประมาณ 6 กิโลเมตร และมีพื้นที่ไม่เกิน 15 ไร่ มีประชาชนมาใช้ประโยชน์มากว่า 1,000 คน ซึ่งมีคำสั่งจากจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 493/2569 ลงวันที่ 23 มกราคม 2569 อนุญาติให้สร้างวัดได้ ที่บ้านโป่งจ๊อก หมู่ที่ 8 (ที่พักสงฆ์พระธรรมจาริกโป่งจ๊อก)ตำบลแม่ทะลบ ห่างจากตัวอำเภอไชยปราการ ประมาณ 10 กิโลเมตร โดยประมาณ มีพื้นที่ไม่เกิน 15 ไร่ มีประชาชนมาใช้ประโยชน์มากกว่า 1,000 คน ซึ่งมีคำสั่งจากจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 492/2569 ลงวันที่ 23 มกราคม 2569 อนุญาติให้สร้างวัดได้ ส่วนในพื้นที่จะเป็นพี่น้องชาติพันธ์ลาหู่ และบ้านป่าหนา หมู่ที่ 6 (ที่พักสงฆ์พระธรรมจาริกบ้านป่าหนา) ซึ่งมีคำสั่งจากจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 486/2569 ลงวันที่ 23 มกราคม 2569 อนุญาติให้สร้างวัดได้ ทางกรรมการได้มาร่วมกันแจ้งให้ทางวัดและชาวบ้านทราบและขอมติร่วมในการที่จะสร้างวัดในพระพุทธศาสนาเพื่อจะได้ทำการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆและได้ทำการส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาสืบต่อไปจากพ่อแม่สู่ลูกหลาน สืบต่อไปแบบยั่งยืน
และถูกต้องตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ท่านได้ตัดรู้ธรรมและนำคำสั่งสอนมายาวนาน 2569 กว่าปีเป็นคำสั่งสอนที่ถูกต้องและดีที่สุด ทำดีได้ดี ทำชั่วก็จะได้ชั่ว ซึ่งชาวพุทธที่นับถือพระพุทธศาสนาได้ปฏิบัติตัวตามแบบอย่างของพระพุทธเจ้าโดยมีพระสงฆ์สาวกเป็นแบบอย่างที่ดีตัวแทนในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบโดยประชาชนส่วนมากของประเทศไทยเป็นประเทศที่ยึดนำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าหรือศาสนพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ก็ไม่ได้บังคับใครจะนับถือศาสนาไหนก็ได้ตามเจตจำนงค์ของประชาชน สร้างวัดหรือที่พักสงฆ์ในป่าสงวนแห่งชาติหรือในเขตอุทยานแห่งชาติถ้าไม่ได้ขออนุญาติให้ถูกต้องและได้รับอนุญาติอย่างถูกต้องจากส่วนราชการ จะมีความผิดเป็นการบุกรุกป่าซึ่งมีโทษ โดยโทษทั่วไป จำคุก 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท กรณีรุนแรง หากบุกรุกเกิน 25 ไร่ หรือทำความเสียหายแก่ไม้หวงห้าม พื้นที่ต้นน้ำ มีโทษจำคุก 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท ซึ่งในเวลานี้ที่พักสงฆ์ต่างๆทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่ได้ทำเรื่องขออนุญาติผ่านแล้วทางจังหวัดมีคำสั่งผ่านก็สามารถสร้างวัดได้ ถูกต้องตามกฏหมาย
นายสำราญ แสงสงค์ ข่าว 0818845313
อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่

