อ่างทองสร้างอำเภอยิ้ม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เมื่อหลายปี ประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมาผู้เขียนเคยทราบเรื่องขอบุคคลที่ไม่มีบัตรประชาชน อยู่ในพื้นที่ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งก็ทราบมาว่าบุคคลที่ว่านี้ก็ไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่งในทะเบียนราษฎร์ มีเพียงน้องสาว น้องเขย มีที่อยู่อย่างชัดเจน แต่บุคคลที่กล่าวถึงนี้เป็นบุคคลที่ไม่มีบัตรประชาชนตั้งแต่เกิด จนขณะนี้เขาอายุ 63 ปี ก็ไม่สามารถแจ้งชื่อเข้าอยู่ในทะเบียนราษฎร์ของน้องเขย น้องสาวตัวเองได้ แต่ความเป็นจริง บุคคลไร้ซี่งบัตรประชาชนคนดังกล่าวนี้ ก็ไปไปมา ค้างคืนกับบ้านของน้องเขยน้องสาวหลังนี้เป็นบางครั้งบางคราว
ซึ่งเรื่องเหล่านี้คนในพื้นที่โดยเฉพาะผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และท้องถิ่นก็ทราบเรื่องดีพอสมควร ก็มิได้นิ่งนอนใจ ได้เก็บข้อมูล หลักฐานประวัติความเป็นมาและได้ขอคำปรึกษาเพื่อขอความช่วยเหลือทางฝ่ายปกครอง (อำเภอ)ในการออกบัตรประชาชนให้กับบุคคลดังกล่าวแต่ด้วยเหตุผลหรือมีปัจจัยอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถออกบัตรประชาชนได้
เฟสบุ๊ก บก.สาทร คชวงษ์ เพจ: ข่าวสดเอกราชนิวส์ และเพจ: เจาะข่าว ของผู้เขียน ลงประชาสัมพันธ์เพื่อขอความช่วยเหลือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เดือนมีนาคม 2569 อย่างติดต่อกันอีกครั้งหลังจากผู้เขียนได้พบบุคคลดังกล่าวตามสถานที่ต่างๆ อาทิงานประจำปีของวัดต่าง ๆ ในจังหวัดอ่างทอง ตามตลาดนัด และข้างถนนทางหลวงเป็นต้น ผู้เขียนได้พูดคุยสอบถามเรื่องส่วนตัวโดยเฉพาะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือยังเกี่ยวกับการออกบัตรประชาชน ต่อมาได้ทราบว่ายังไม่มีหน่วยงานใดจัดการเรื่องนี้ให้ นี่แหละจึงเป็นที่มาของการโพสรูปและข้อความ “อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง” คนอ่างทองต้องไม่ทิ้งกัน และอ่างทองคนไร้บัตรประชาชน ด้วยความที่เราเป็นคนไทยและเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทุกคนมีร้อนมีหนาว มีหิว และมีความต้องการอื่นๆเหมือนเช่นกันทุกคน
กว่า 2 ปีโดยประมาณมีฝ่ายปกครอง (มหาดไทยมาถึง 2 คน ) ก็ยังไม่คืบหน้าในการที่จะหาทางช่วยเหลือให้บุคคลดังกล่าวซึ่งเป็นคนไทยแท้ๆ แต่ก็เป็นคนไทยที่ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ เนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน (หลักฐานชิ้นสำคัญ) ของทะเบียนราษฎร์นั่นเอง
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้เขียนได้ติดต่อผ่านนายปิตุพงศ์ เทพวีระพงศ์ อส.ของอำเภอป่าโมก ซึ่งเป็นพื้นที่ของบุคคลนี้ เพื่อจะนำเรื่องเหล่านี้ได้ปรึกษาหาแนวทางในการช่วยเหลืออย่างถูกต้อง ผู้เขียนยังได้นำเรื่องนี้และขอคำปรึกษาไปยังท่านปลัดจังหวัดอ่างทองอีกช่องทางหนึ่ง ด้วยความตั้งใจอยากให้ความช่วยเหลือและเพื่อประโยชน์พึงมีพึงได้ แก่บุคคลดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวันเสมือนบุคคลอื่นๆที่มีสิทธิ์ตามกรอบกฎหมายต่อไป
เมื่อเวลา 10.45น. ของวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ ห้องนายอำเภอชั้น 3 นายปิตุพงศ์ เทพวีรพงศ์ นายอำเภอป่าโมก ให้การต้อนรับผู้เขียนด้วยรอยยิ้มพร้อมทักทายผู้เขียน ผู้เขียนเริ่มต้นเพียงได้น้อยนิด แต่นายอำเภอท่านได้ทำการบ้านมาก่อนและเป็นอย่างดีเยี่ยม โดยเตรียมเอกสาร ข้อมูลต่างๆทั้งทะเบียนราษฎร์ พร้อมทั้งพูดกับผู้เขียนอย่างมั่นในการมาเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยท่านกล่าวว่าถ้าเราได้ตัวของบุคคลดังกล่าวมา ในวันนี้ทางอำเภอเราจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นในวันนี้เลย
ผู้เขียนดีใจจนพูดไม่ออก แค่นี้ผู้เขียนก็เข้าใจอย่างแจ่มชัดในเจตนาของท่านนายอำเภอแล้ว ผิดกับเมื่อ 2- 3ปีที่ผ่านมา มันดูยากเย็นแสนเข็นเสี่ยนี่กระไร ? ผู้เขียนจะไม่ขอพูดสืบหาสาเหตุ เอาเป็นว่า ณ วันนี้มันดูง่ายจริงๆ นายอำเภอยืนยันว่าทุกอย่างมีระเบียบพร้อมพยานหลักฐานทั้งเอกสารและบุคคลอันนี้พิสูจน์ได้ไม่ต้องยุ่งยากตพร้อมปฏิบัติตามความเป็นจริง
ผู้เขียนจึงโทรติดต่อสายข่าวของผู้เขียนเพื่อขอนำบุคคลดังกล่าว (คนไร้บัตร) พร้อมทั้งติดต่อผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าพบหารือกับนายอำเภอด้วย ซึ่งในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกๆฝ่ายดำเนินการสอบประวัติและทำบัตรประชาชนให้บุคคลดังกล่าวเสร็จสิ้นในวันเดียวที่คาดไม่ถึง ทุกสีหน้าในห้องทะเบียนราษฎร์มีรอยยิ้ม และนี่คือ “อำเภอยิ้ม”ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ประวัติคร่าวๆของบุคคลไร้บัตรประชาชนตั้งแต่เกิด จนถึงปัจจุบัน อายุ 60 ปีซึ่งไม่เคยได้รับสิทธิ์การเป็นพลเมืองไทยเลย ชื่อนายสุริน นามสกุล ทรวงตะคุ เกิดเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2509 บ้านเลขที่ 89 หมู่ 3 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
วันออกบัตร เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 วันบัตรหมดอายุ วันที่ 18 มีนาคม 2577 ผู้ออกบัตร (เจ้าพนักงานออกบัตร) นายนฤชา โฆษาศิวิไล
สาทร คชวงษ์ /รายงาน

